การเสี่ยงจากน้ำหลากในฤดูฝนบางทีอาจมากขึ้นในรอบๆแนวเขาหลายที่ในฝั่งตะวันตกของสหรัฐอเมริกาแคนาดา

การเพิ่มการเสี่ยงจากอุทกภัยที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เช่น Sierra Nevada, Colorado River และก็ Rocky Mountains ของแคนาดา – สถานที่ที่ราษฎรปลอดคนไม่คุ้นหน้ากำเนิดอุทกภัย ตรงกันข้ามความสูงต่ำในรอบๆริมฝั่งของเมืองแคลิฟอร์เนียโอเรกอนวอชิงตันแล้วก็บริติชโคลัมเบียทางทะเลอาจจะก่อให้การเสี่ยงจากน้ำหลากน้อยลง

ผลที่ได้รับจากการวิจัยได้รับการเปิดเผยแพร่ในวันนี้ในนิตยสาร Nature Climate Change

เรื่องฝนตกในหิมะมีความไม่เหมือนกันไปในขณะรวมทั้งขนาด แม้กระนั้นอาจจะก่อให้กำเนิดอุทกภัยที่เสียค่าใช้จ่ายรวมทั้งสร้างความย่ำแย่ได้ด้วยเหตุว่าการที่หิมะตกอย่างเร็วแล้วก็ฝนตกหนักเป็นระยะเวลานานมาบรรสิ้นสุดกันในน้ำตกซึ่งสามารถล้นหลามแม่น้ำแถบที่ลุ่มแล้วก็อ่างเก็บน้ำได้ ในปีพ. ศาสตราจารย์ 2560 เรือ Oroville Dam ของเมืองแคลิฟอร์เนียเกือบล้มเหลวอย่างร้ายแรงเนื่องมาจากสถานะการณ์ดังที่กล่าวถึงมาแล้วซึ่งเป็นเหตุให้เกิดการโยกย้ายถิ่นฐานคน 188,000 รายรวมทั้ง 1 พันล้านดอลลาร์ในความทรุดโทรมด้านส่วนประกอบเบื้องต้น

“เหตุฝนตกหนักบางทีอาจร้ายแรงและก็เกิดอันตรายในพื้นที่ที่เป็นเทือกเขา แต่ว่าก็ยังไม่ค่อยรู้เรื่อง” Keith Musselman นักเขียนนำการเรียนรู้แล้วก็นักค้นคว้าของสถาบัน CU Boulder of Arctic and Alpine Research (INSTAAR) กล่าว . “พวกเราสามารถอนุมานได้บางส่วนจากกระแสลม แม้กระนั้นพวกเราอยากที่กำลังจะได้รับการประเมินที่ดียิ่งขึ้นแล้วก็เลียนแบบตัวแปรต่างๆที่เกี่ยวมากยิ่งขึ้น”

เพื่อเล่าเรียนอนาคตก่อนหน้านี้ปัจจุบันนี้รวมทั้งอนาคตที่อาจเป็นเพราะเนื่องจากสถานะการณ์ฝนตกหนักนักค้นคว้าได้หันมาใช้ชุดข้อมูลการเลียนแบบสภาพภูมิอากาศอันนำสมัยที่ปรับปรุงขึ้นที่ NCAR หรือที่เรียกว่า CONUS 1 ชุดข้อมูลนี้มีการเลียนแบบลักษณะอากาศในทวีปอเมริกาใต้ในลักษณะอากาศตอนนี้แล้วก็อนาคตที่อบอุ่นขึ้นกับแนวโน้มของลักษณะภูมิอากาศที่คาดเดาไว้ ข้อมูลเป็นอย่างมากอย่างใหญ่โตซึ่งทำให้ซุปเปอร์มาร์กอร์ของ NCAR ในซูเปอร์คอมพิวเตอร์จัดการได้มากกว่าหนึ่งปีจะพรีเซ็นท์เนื้อหาแล้วก็ความละเอียดที่ไม่เคยมีมาก่อน

“ชุดข้อมูลที่มีค่าความละเอียดสูงนี้ช่วยทำให้พวกเราสามารถปรับแต่งเทือกเขาได้อย่างรอบคอบรวมทั้งวิเคราะห์ต้นสายปลายเหตุต่างๆศูนย์รวมกันเพื่อทำให้ snowpack กำเนิดความร้อนขึ้นเมื่อมีลมพายุแรงเข้ามาแล้วก็กระทบกับแนวเขาเย็นเป็นต้นว่าแนวเขา” Musselman กล่าว

คนเขียนพบว่าในลักษณะภูมิอากาศที่ร้อนขึ้นหิมะปกคลุมลดลงที่ระดับความสูงต่ำจะลดการเสี่ยงต่อเหตุอุทกภัยในตอนฝนตกในพื้นที่ต่างๆอาทิเช่นประเทศสหรัฐอเมริกาตะวันตกเฉียงเหนือของแปซิฟิค ตรงกันข้ามที่ระดับความสูงที่หิมะตกในหน้าหนาวจะยังคงสะสมแม้ว่าจะมีสถานการณ์อากาศร้อน (ตัวอย่างเช่นแนวเขาสูงแล้วก็แนวเขาร็อกกี) เหตุฝนคึกคะนองบางทีอาจเกิดขึ้นได้บ่อยเนื่องด้วยปริมาณน้ำฝนที่มากขึ้นบางทีอาจต่ำลงเมื่อ หิมะ. เรื่องกลุ่มนี้ก็จะทวีความร้ายแรงมากยิ่งขึ้น

ฝนรวมทั้งการละลายที่เกิดขึ้นในตอนฝนตกบนหิมะคาดว่าจะมากขึ้นสำหรับพื้นที่แถบที่ลุ่มตะวันตกของอเมริกาเหนือโดยมากเหตุเพราะมีฝนตกมากยิ่งกว่าหิมะส่งผลเสียต่อพื้นที่ที่ลุ่มเทือกเขามากยิ่งขึ้นทำให้การเสี่ยงจากน้ำหลากลดน้อยลงราว 200 เปอร์เซ็นต์ในพื้นที่ที่มีการแปล อาจจะทำให้องค์ประกอบเบื้องต้นของการควบคุมสภาวะอุทกภัยขู่ได้

Musselman พูดว่า “พวกเรารู้สึกแปลกใจที่ความเคลื่อนไหวที่คาดหมายไว้นี้มีขนาดใหญ่แค่ไหน” “พวกเรามิได้มุ่งมาดว่าจะมีการมากขึ้นเป็นอย่างมากในสถานที่ที่มีฝนตกชุก”

ผลจากการวิจัยแสดงถึงอันดับแรกที่สำคัญสำหรับการทำความเข้าใจกับการเสี่ยงจากสภาวะอุทกภัยในตอนบริบทของความเคลื่อนไหวสภาพอากาศอันเป็นผลมาจากความเคลื่อนไหวลักษณะของอากาศอันเป็นผลมาจากความเคลื่อนไหวของสภาพอากาศในอนาคต

นักค้นคว้าหวังว่าการลงทุนอย่างสม่ำเสมอในเครือข่ายการพิจารณา snowpack และก็ความเพียรพยายามอาทิเช่นหอสังเกตการณ์ทางอากาศของ NASA จะช่วยทำให้นักอุตุนิยมวิทยาแล้วก็นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพอากาศสามารถวิเคราะห์แบบจำลองของพวกเขากับข้อคิดเห็นแล้วก็ให้ข้อมูลการคาดการณ์การเสี่ยงจากภาวการณ์อุทกภัยในตอนนี้และก็อนาคตก้าวหน้าเพิ่มขึ้น