การตีตราของสิวที่เชื่อมโยงกับคุณภาพชีวิตโดยรวมต่ำลง กลูต้าแบบฉีด การศึกษาของชาวไอริชพบว่า

การสำรวจคนที่เจอปัญหาสิวจำนวน 271 รายได้เผยออกมาว่า กลูต้าแบบฉีด การรับรู้แง่ลบของตัวเองเกี่ยวกับการที่สังคมคิดว่าการปรากฏตัวของพวกเขามีความเกี่ยวข้องกับระดับความทุกข์ทรมานทางจิตวิทยาที่สูงขึ้นแล้วก็อาการทางกายภาพอื่นๆอาทิเช่นการนอนหลับไม่ปกติลักษณะของการปวดหัวและก็ปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับทางเดินของกิน


หญิงในการศึกษาเรียนรู้พบว่าการไม่มีค่า กลูต้าแบบฉีด ของคุณภาพชีวิตและก็อาการมากยิ่งกว่าผู้ชายเยอะขึ้นเรื่อยๆความร้ายแรงของสิวมีความเกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตและก็ความเจ็บปวดรวดร้าวทุกข์ทรมานแสนสาหัสทางด้านจิตใจ


นักวิจัยจากดร. Aisling O’Donnell และJamie Davern ได้ทำการวิจัยเพื่อตรวจดู กลูต้าแบบฉีด ว่าการรับทราบความรู้สึกของผู้ติดเชื้อโรคภูมิคุมกันบกพร่องมีความนัยสำคัญต่อการคาดเดาคำตอบด้านสุขภาพรวมทั้งจิตใจไหม คุณภาพชีวิตที่เฉพาะเกี่ยวกับสุขภาพความทุกข์ทางจิตใจและอาการทางร่างกาย


พวกเรารู้จากการวิจัยก่อนหน้าที่ผ่านมาว่าผู้ที่ประสบเจอกับปัญหา กลูต้าแบบฉีด สิวไม่น้อยเลยทีเดียวประสบกับความรู้สึกเชิงลบเกี่ยวกับภาวะของพวกเขา แต่ว่าเราไม่เคยสามารถที่จะดึงความเกี่ยวเนื่องโดยตรงระหว่างคุณภาพชีวิตกับการรับรู้ถึงความอดสูทางด้านสังคมที่มีต่อสิว” ดร. ดอนเนลล์กล่าว สาขาวิชาจิตวิทยาแล้วก็ศูนย์วิจัยหัวข้อปัญหาด้านสังคมที่ UL


ผู้ตอบแบบสำรวจที่รับทราบ กลูต้าแบบฉีด ถึงระดับความรุนแรงของแผลเป็นจากสิวในระดับที่ค่อนข้างสูงยังแสดงถึงความทุกข์ทรมานจิตใจความรู้สึกกังวลใจรวมทั้งสภาวะกลัดกลุ้มในขั้นสูงเช่นเดียวกับสภาพการณ์ทางร่างกายยกตัวอย่างเช่นโรคทางเดินหายใจ


ดร. ดอนเนลล์ยังกล่าวต่ออีกว่า ผลการศึกษาวิจัยนี้สะท้อนให้เห็นถึงการศึกษาวิจัยครั้งที่แล้วว่าบุคคลที่แลเห็นไม่เหมือนกันทางกายภาพที่เห็นได้โดยทางสังคมสามารถเจอกับความผาสุกทางด้านจิตใจและร่างกายได้

จากที่คนเขียนนำบทความของนักศึกษาปริญญาเอก Jamie Davern การขาดการเป็นตัวแทนของผู้ที่มีสิวในวัฒนธรรมที่ได้รับความนิยม กลูต้าแบบฉีด สามารถเพิ่มการรับรู้ถึงความอัปยศอดสูรอบข้อจำกัด


เช่นเดียวกับคุณสมบัติด้านกายภาพจำนวนไม่น้อยที่ถูกตีตราเครื่องหมายการค้าสิวไม่ได้เป็นผู้แทนที่ดีในวัฒนธรรมยอดนิยมสื่อโฆษณาหรือโซเชียลมีเดียซึ่งอาจจะส่งผลให้คนที่เป็นสิวคิดว่าพวกเขาผิดปกติและคนอื่นมองไม่เห็นด้วยเช่นเดียวกันแคมเปญออนไลน์อย่างเช่น #freethepimple และก็การเคลื่อนไหว สิวที่เป็นบวก‘ ล่าสุดที่เกิดขึ้นบนโซเชียลเน็ตเวิร์คคือการพัฒนาที่น่าดึงดูดสำหรับคนทุกวัยที่ได้รับผลพวงจากสิว เขาอธิบาย

แม้ว่าเด็กหนุ่มสาวจะเป็นโรคประจำตัวเยอะที่สุดสิวภาวะดังที่กล่าวมาแล้วได้รับการแถลงการณ์ว่ามีผลต่อเด็กในวัยเด็กที่อายุระหว่าง 5-13 ปีถึงปริมาณร้อยละ 10.8 แล้วก็จำนวนร้อยละ 12.7 ในคนแก่ที่แก่กว่า 59 ปี

สิ่งจำเป็นเป็นการศึกษาเรียนรู้วิจัยหาข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพกายที่มีประสบการณ์จากผู้ประสบภัยสิวซึ่งเป็นข้อมูลที่สำคัญสำหรับหมอที่รับมือกับภาวะสิวนอกเหนือจากนั้นยังมีสาระสำหรับคนที่ใกล้ชิดกับผู้ที่เป็นโรคสิวด้วย ส่งผลกระทบต่อผู้ได้รับภัยสิวบางรายประสบการณ์นี้เป็นสิ่งที่ท้ามากมายแล้วก็ปรารถนาความไวและการผลักดัน นายเดวิร์นกล่าสรุป

Facebook Comments